.

 เรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา กับ KrooSujaree e-Learning 

 

 

ครูสุรัติสินี กุลเทศ

 

 
 
 

  หน้าหลัก    หลักสูตรสถานศึกษา 
หลักสูตรสถานศึกษา
 

 หลักสูตรสถานศึกษา

กำลังปรับปรุงข้อมูล !!!

ความหมายของหลักสูตรสถานศึกษา

หลักสูตร (curriculum) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า “currere” ซึ่งหมายถึงช่องทาง
สำหรับวิ่ง (a racingchariot, from which is derived a racetrack, or a course to be run) ซึ่ง
นำมาใช้กับความหมายในทางการศึกษาก็หมายถึง แนวทางสำหรับการเรียนรู้ (a course of study) ที่เป็นดังนี้เพราะการเรียนที่ประสบความสำเร็จจะต้องดำเนินไปตามแนวทางและลำดับขั้นตอน อันเหมาะสมที่ได้กำหนดไว้ มิเช่นนั้นแล้วก็จะออกนอกลู่นอกทางไม่ถึงจุดมุ่งหมายตามที่คาดหวังหรือถึงจุดมุ่งหมายแต่ก็อาจจะเสียเวลามากได้มีผู้ให้ความหมายของหลักสูตรไว้อย่างหลากหลายแตกต่างกันไป บางความหมาย ก็มีขอบเขตกว้าง บางความหมายก็มีขอบเขตแคบ มีทั้งความหมายที่เป็นรูปธรรมและความหมายที่เป็นนามธรรม ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากมุมมองและประสบการณ์ของแต่ละคนที่มีต่อหลักสูตรนั่นเอง ดังความหมายของหลักสูตรที่มีผู้กล่าวไว้ เช่น
หลักสูตรคือ สิ่งที่สอนในโรงเรียน
หลักสูตรคือ ชุดของวิชา
หลักสูตรคือ เนื้อหา
หลักสูตรคือ โปรแกรมการเรียน
หลักสูตรคือ ชุดของสื่อการเรียนรู้
หลักสูตรคือ ลำดับของกระบวนวิชา
หลักสูตรคือ ชุดของจุดประสงค์ที่นำไปปฏิบัติ
หลักสูตรคือ กระบวนวิชาที่เรียน
หลักสูตรคือ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียน รวมทั้งกิจกรรมพิเศษ การแนะแนว และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหลักสูตรคือ สิ่งที่ใช้สอนทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเป็น ผู้จัด
หลักสูตรคือ ทุกสิ่งที่กำหนดขึ้นโดยบุคลากรในโรงเรียน
หลักสูตรคือ ประสบการณ์ของผู้เรียนแต่ละคนอันเป็นผลมาจากการเล่าเรียน
ในโรงเรียน
นอกจากความหมายของหลักสูตรดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีนักการศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ให้ความหมายของหลักสูตรไว้อีกมากมาย ดังนี้
กู๊ด (Good) ได้ให้ความหมายของหลักสูตรไว้ในพจนานุกรมทางการศึกษา (dictionary of education) ว่า หลักสูตรคือ กลุ่มรายวิชาที่จัดไว้อย่างมีระบบ หรือลำดับวิชาที่บังคับสำหับการจบการศึกษา หรือเพื่อรับประกาศนียบัตรในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น หลักสูตรสังคมศึกษา หลักสูตร พลศึกษา
ทาบา (Taba) กล่าวว่า หลักสูตรคือ แผนการเรียนที่ประกอบด้วยจุดประสงค์และ จุดมุ่งหมายเฉพาะการเลือกและการจัดเนื้อหา วิธีการเรียนการสอนและการประเมินผล
โบแชมพ์ (Beauchamp) ให้ความหมายว่า หลักสูตรคือ แผนที่เขียนไว้อย่างชัดเจนเพื่อบอกขอบเขตและการจัดโปรแกรมการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย
๑. ข้อความที่กล่าวถึงแนวทางในการวางแผนการเรียนการสอน
๒. จุดมุ่งหมายของหลักสูตร
๓. เนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย
๔. ระบบแนวทางการประเมินคุณค่าของหลักสูตร (หลักสูตรคืออะไร, ๒๕๔๗)
เซเลอร์และอเลคซานเดอร์ (Saler & Alexander) ได้กล่าวถึงความหมายของหลักสูตรว่า เป็นแผนสำหรับจัดโอกาสการเรียนรู้ให้แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายหรือจุดหมายที่วางไว้โดยมีโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ
สุมน อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า หลักสูตรคือ แนวกำหนดประสบการณ์ทั้งมวลที่มุ่งหมายให้ นักเรียนได้รับการศึกษาทั้งในแง่วิจารณ์และพัฒนาทุกด้านครอบคลุมถึงการกำหนด กิจกรรมการเรียนการสอน และวิธีฝึกอบรมเด็กในชั้นเรียน หลักสูตรมีฐานะเป็นมาตรฐานและเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งในการจัดประสบการณ์ให้แก่นักเรียน ครูจึงสามารถเติมเสริมแต่งให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เรียนและท้องถิ่นได้
เอกวิทย์ ณ ถลาง ให้ความหมายของหลักสูตรว่า หลักสูตร หมายถึง มวลประสบการณ์ทั้งหมดที่จัดให้กับเด็กได้เรียนเนื้อหาวิชา ทัศนคติ แบบพฤติกรรม กิจวัตร สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ฯลฯ เมื่อประมวลกันเข้าแล้วก็จะเป็นประสบการณ์ที่ข้าไปในการรับรู้ของเด็กภิญโญ สาธร ให้ความหมายว่า หลักสูตร หมายถึง โครงการศึกษาที่กำหนดให้ นักเรียนเรียนรู้และพัฒนาตนเองตามแผนการศึกษา
กมล สุดประเสริฐ กล่าวว่า หลักสูตร มิได้หมายความแต่เพียงหนังสือหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นแต่ยังมีความหมายถึงกิจกรรมและประสบการณ์ทั้งหลายที่จัดให้กับเด็ก จึงรวมถึงการสอนของครูต่อนักเรียนด้วย
วิชัย ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ กล่าวว่า หลักสูตร หมายถึง โครงการที่ประมวลความรู้และประสบการณ์ และถ้ากล่าวถึงในแง่เอกสารจะใช้คำว่า หนังสือหลักสูตร และเอกสารประกอบหลักสูตร
กรมวิชาการ ให้ความหมายของหลักสูตรไว้ว่า คือข้อกำหนดว่าด้วยจุดหมาย แนวทาง วิธีการ และเนื้อหาสาระในการวัดผลการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ เจตคติและพฤติกรรมตามที่กำหนดในจุดมุ่งหมายของการศึกษา
จากความหมายของหลักสูตรตามทัศนะของนักการศึกษาได้ให้ไว้ดังตัวอย่างที่กล่าวมา สามารถ
สรุป หลักสูตรในความหมายเดิมจะหมายถึง รายวิชาต่างๆ ที่นักเรียนจะต้องเรียน ส่วนความหมายใหม่ จะหมายถึง มวลประสบการณ์ทั้งหมดที่นักเรียนจะได้ภายใต้คำแนะนำ และความรับผิดชอบของโรงเรียน หากจะสรุปความหมายของหลักสูตรจากนักการศึกษาหลายท่านพอจะสรุปได้ดังนี้
๑. หลักสูตรในฐานะที่เป็นวิชาเนื้อหาสาระที่จัดให้แก่ผู้เรียน
๒. หลักสูตรในฐานะที่เป็นเอกสารหลักสูตร
๓. หลักสูตรในฐานะที่เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะให้แก่นักเรียน
๔. หลักสูตรในฐานะแผนสำหรับจัดโอกาสการเรียนรู้หรือประสบการณ์ที่คาดหวังแก่นักเรียน
๕. หลักสูตรในฐานะที่มวลประสบการณ์
๖. หลักสูตรในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทาง
๗. หลักสูตรในฐานะที่เป็นระบบการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน
นอกจากนั้นยังมีคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับหลักสูตรอีก เป็นต้นว่า
๑. โปรแกรมการเรียน (A Program of Studies) คำนี้ใช้แทนความหมายของหลักสูตร ซึ่งคนทั่ว ๆ ไปใช้ คล้ายกับรายการเรียงลำดับรายวิชา ปัจจุบันยังมีการใช้คำนี้ในการ จัดการศึกษาอุดมศึกษาโดยการจัดลำดับรายวิชา
๒. เอกสารการเรียน (A Docment) เป็นการให้ความหมายของหลักสูตรตามจุดมุ่งหมายที่ จะให้ศึกษา เพื่อเสนอต่อผู้มาติดต่อที่สถานศึกษา
๓. แผนการจัดกิจกรรม (Planned Experiences) หมายถึง กิจกรรมทั้งมวลที่โรงเรียน จัดให้นักเรียนและการวางแผนหลักสูตรเป็นการเตรียมการให้โอกาสกับผู้เรียน
๔. หลักสูตรแฝง (Hidden Curriculum) หมายถึง หลักสูตรที่ไม่ได้มีการกำหนด
ไว้ล่วงหน้า
หลักสูตรถือว่ามีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาทุกระดับ หลักสูตรระบุสิ่งที่คาดหวัง
ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนและแนวทางจัดให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ หลักสูตรเปรียบเสมือน
พิมพ์เขียวในการสร้างบ้าน ส่วนการสอนเป็นกระบวนการหรือวิธีการ หลักสูตรจะระบุสิ่งที่จะสอนใน
โรงเรียนระบุสิ่งที่ผู้เรียนควรจะเรียนรู้ (เนื้อหา)

ความสำคัญและความจำเป็นของหลักสูตรสถานศึกษา

ความสำคัญ
การจัดการศึกษาของชาติไม่ว่าระดับใดมุ่งเน้นพัฒนาคนในชาติให้มีคุณลักษณะและศักยภาพที่เหมาะสมกับความต้องการของสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีหลักสูตรเป็นเสมือนพิมพ์เขียวในการจัดการศึกษาที่จะพัฒนาผู้เรียนไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ อันจะส่งผล โดยตรงต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นหลักสูตรจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการศึกษาทุกระดับ ซึ่งธำรง บัวศรี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้สรุปได้ว่า หลักสูตรมีความสำคัญต่อการศึกษาส่วนร่วม นั่นคือหลักสูตรเป็นเครื่องมือที่ถ่ายทอดเจตนารมณ์หรือเป้าประสงค์ของ การศึกษาของชาติไปแปลงเป็นการกระทำขั้นพื้นฐานในโรงเรียนหรือสถานศึกษา ถ้าจะกล่าวว่าหลักสูตรคือหัวใจทางการศึกษาก็คงไม่ผิด เพราะถ้าปราศจากหลักสูตรเสียแล้วการศึกษาก็ย่อมดำเนินไม่ได้ และหลักสูตรยังมีความสำคัญต่อการเรียนการสอน กล่าวคือ ถ้าหากไม่มีหลักสูตร ก็สอนไม่ได้เพราะไม่รู้จะสอนอะไร หรือถ้าจะสอนโดยคิดเอาเองก็จะเกิดความสับสน โดยที่อาจสอนซ้ำไปซ้ำมา ไม่เรียงลำดับตามที่ควรจะเป็น ผลการเรียนรู้อาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผู้เรียนเองก็จะมีความลำบากใจเพราไม่ทราบว่าสิ่งที่เรียนไปนั้นสามารถนำไปเปรียบเทียบได้กับระดับใด
สามารถสรุปได้ว่าหลักสูตรมีความสำคัญดังนี้
๑. เป็นเอกสารของทางราชการ เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ปฏิบัติตามและ
เข้าใจตรงกัน
๒. เป็นแผนการปฏิบัติงานของครูในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
๓. เป็นมาตรฐานในการจัดการศึกษาระดับต่าง ๆ
๔. เป็นแนวทางในการส่งเสริมความเจริญงอกงามและพัฒนาการของผู้เรียนตามจุดมุ่งหมายของการศึกษา
๕. เป็นเครื่องกำหนดแนวทางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเพื่อให้ได้รับ
ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ชุมชน และสังคม
๖ .เป็นตัวกำหนดลักษณะและรูปแบบของสังคมในอนาคต และเป็นเครื่องชี้วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
๗. เป็นแผนการดำเนินงานของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารงานตามนโยบายของการจัดการศึกษา
ความจำเป็นของหลักสูตรสถานศึกษา
สถานศึกษาจำเป็นต้องจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตามกรอบของหลักสูตรแกนกลางที่กรมวิชาการกำหนดไว้ พระราชบัญญัติสถานศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
มาตรา ๒๗ ระบุข้อความที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษา ในการนำหลักสูตรไปใช้โดยตรง ซึ่งกำหนดไว้ว่า ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแนวทางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
จะเห็นว่าในวรรคที่สอง เป็นการกำหนดแนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษา โดยให้สถานศึกษาจัดทำสาระของหลักสูตร จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติ รวมทั้งทำหลักสูตรให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน (มนนิภา ชุติบุตร. ๒๕๓๘ : หน้า ๑๖ – ๑๘) ได้เสนอแนวทางการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาดังนี้
๑. เน้นการศึกษา วิเคราะห์ ทำความเข้าใจวิธีคิดและความคิดของภูมิปัญญาท้องถิ่น
๒. นำกระบวนการหรือแนวคิดของภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
๓. นำกระบวนการคิดของภูมิปัญญาชาวบ้านมาเสริมสร้างให้สอดคล้องกับแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์
๔. สร้างกระบวนการคิดหลายด้าน หลายมุมโดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิดอย่างอิสระแล้วเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
๕. ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร
ตามหลักการของหลักสูตรนั้น หลักสูตรที่สร้างขึ้นจำเป็นต้องมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหา และสนองความต้องการของสังคมที่ใช้หลักสูตรนั้นๆ โดยเหตุนี้หลักสูตรที่สร้างขึ้นมุ่งหมายในการใช้ในชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ ก็ย่อมสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้มากที่สุด ท้องถิ่นและชุมชนมีสภาพที่แตกต่างกัน การพัฒนาแต่ละท้องถิ่นก็ต้องมีความแตกต่างกัน เทคโนโลยีเจริญเร็ว จะทำหลักสูตรระดับชาติไปใช้กับท้องถิ่นก็ไม่ทันกับความเจริญของเทคโนโลยี สถานศึกษาจึงต้องจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเอง

แนวคิดที่สำคัญของหลักสูตรสถานศึกษา

๑. หลักสูตรสถานศึกษา ควรพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้อย่างมีความสุข เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะการเรียนที่สำคัญๆ มีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุมีผล มีโอกาสใช้ข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีสื่อสาร หลักสูตรสถานศึกษาควรส่งเสริมจิตใจที่อยากรู้อยากเห็น สร้างความมั่นใจและให้กำลังใจในการเรียนรู้และเป็นบุคคลที่สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
๒. หลักสูตรสถานศึกษาควรส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความเข้าใจและศรัทธาในความเชื่อของตน ความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อบุคคลและสังคมสถานศึกษาควรต้องพัฒนาหลักคุณธรรมและความอิสระของผู้เรียน มีความพร้อมในการเป็นผู้บริโภคที่ตัดสินใจแบบมีข้อมูลและเป็นอิสระเข้าใจในความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมโดยรวม สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้ความเป็นธรรม มีความเสมอภาค มีความตระหนัก เข้าใจ และยอมรับที่ตนดำรงอยู่ได้ ยึดมั่นในข้อตกลงร่วมกันต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระบบส่วนตน ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก
มนุษย์ส่วนใหญ่จะปฏิบัติงานและกระทำการใด ๆ ตามความรู้ ความเชื่อ และแนวคิดของตนเอง ดังนั้น การที่ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จะกระทำการและปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับความรู้และแนวคิดที่มีเหตุผลและความถูกต้อง อันจะเป็นแนวทาง ขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว

ศัพท์ที่เกี่ยวข้องหลักสูตรการศึกษา

การศึกษา (Education) หมายถึง กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัด สภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต
หลักสูตร (Curriculum) หมายถึง การประมวลความรู้และประสบการณ์ที่จัดขึ้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ หลักสูตรจึงเป็นเสมือนแผนที่กำหนดทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งเป็นเป้าหมาย และมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าของ ผู้เรียนในการพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่กำหนด
การศึกษาขั้นพื้นฐาน (Basic Education) หมายถึง การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
การศึกษาตลอดชีวิต (Life Long Education) หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการ ผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
มาตรฐานการศึกษา (Educational Standard) หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับ คุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การ ตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา (School Curriculum) หมายถึง แผนหรือแนวทางในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ซึ่งจัดทำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลในระดับ สถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ และส่งเสริม ให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง มีชีวิตอยู่ในโรงเรียน ชุมชน และสังคมอย่างมีความสุข
ภาคีเครือข่าย (Net Work Party) หมายถึง บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และองค์กรอื่นรวมทั้งสถานศึกษาอื่นที่มิได้สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีส่วนร่วม หรือมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Desired Characteristics) หมายถึง คุณภาพของผู้เรียน ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน การเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่าง ๆ โดยอาจพิจารณาจากสภาพปัญหาของชุมชน สังคม และ การเปลี่ยนแปลง
สาระการเรียนรู้ (Contents) หมายถึง องค์ความรู้ ทักษะกระบวนการ และ คุณลักษณะสำคัญรวมไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งผู้เรียนต้องรู้และปฏิบัติได้
หน่วยกิต (Credit) หมายถึง ค่าน้ำหนักที่กำหนดให้ในการเรียนแต่ละรายวิชา โดยคิดจากระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อบรรลุมาตรฐานหรือจุดประสงค์ที่ตั้ง ไว้สำหรับรายวิชานั้น โดยใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๔๐ ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิต
แผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan) หมายถึง แผนหรือแนวทางการจัดการเรียนการ สอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ เมื่อดำเนินการเรียนการสอนครบทุกแผนของ แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ผู้เรียนจะได้พัฒนาคุณภาพบรรลุตามมาตรฐานที่กำหนดเป็น เป้าหมายของแต่ละหน่วยการเรียนรู้
วิธีการเรียนรู้ (Learning Styles) หมายถึง รูปแบบหรือวิธีการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้ สร้างความเข้าใจหรือมีปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ของการเรียนรู้ ผู้เรียนแต่ละคนอาจใช้วิธีการแตกต่างกัน ไปเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบ ความถนัด ภูมิหลังด้านสังคม วัฒนธรรม หรือพัฒนาการของแต่ละบุคคล
สื่อการเรียนรู้ (Learning Materials) หมายถึง สื่อที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ มี
ความเข้าใจ เกิดการเรียนรู้และช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มี
หลายรูปแบบ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี สื่อธรรมชาติ การเลือกสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนควรคำนึงถึงความน่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม เป็นสื่อที่เข้าใจง่าย กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีแสวงหาความรู้ และที่สำคัญ คือ สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ของการเรียน วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล
ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) หมายถึง เครื่องมือที่มนุษย์ต้องใช้ในการ ดำรงชีวิต ต้องมีการคิด การตัดสินใจ การเลือกแก้ปัญหา เป็นการคิดหาคำตอบ และ ปฏิบัติอย่างดีที่สุดสำหรับตนเอง และใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้าทางวิชาการต่าง ๆ เพื่อให้มนุษย์ได้ปรับตนเองให้ทันกับความ เปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้านั้น ๆ
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self – directed Learning) หมายถึง การเรียนรู้ด้วยความ ตั้งใจของผู้เรียน ซึ่งมีความปรารถนาจะรู้ในเรื่องนั้น ผู้เรียนจึงคิดหาวิธีการเรียนด้วย วิธีการต่าง ๆ หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองจะเป็นรูปแบบการ เรียนรู้ที่ทวีความสำคัญในโลกยุค โลกาภิวัตน์ บุคคลซึ่งสามารถปรับตนเองให้ตามทัน ความก้าวหน้าของโลก โดยใช้สื่ออุปกรณ์ยุคใหม่จะทำให้เป็นคนที่มีคุณค่า และประสบ ความสำเร็จได้อย่างดี
คิดเป็น (Khit -pen) หมายถึง กระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดย ต้องแสวงหาข้อมูลของตนเอง ข้อมูลของสภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคม และข้อมูล ทางหลักวิชาการแล้วนำมาวิเคราะห์หาทางเลือกในการตัดสินใจที่เหมาะสม มีความพอดี ระหว่างตนเองและสังคม หรือ เป็นการแสดงศักยภาพของมนุษย์ ในการชี้นำชะตาชีวิตของตัวเองโดยการ พยายามปรับตัวเอง และสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกัน ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา ซึ่ง ประกอบด้วยการพิจารณาข้อมูล ๓ ด้าน ได้แก่ ข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคมและสิ่งแวดล้อม และ ข้อมูลทางวิชาการ เพื่อเป้าหมายที่สำคัญ คือ การมีความสุข
การวิจัยอย่างง่าย (Baby Research) หมายถึง การศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างมี ระบบ เชื่อถือได้ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามปกติของครู และเขียนรายงานสั้น ๆ มี ความสมบูรณ์ในตัวเอง หรือ กระบวนการแสวงหาความรู้เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียน การสอนในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนอย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โดยมี กระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง คือ มีการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม วางแผนการดำเนินงาน ปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้ สังเกต ผลที่เกิดขึ้น และสะท้อนผลหลังจากปฏิบัติตามแผน ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมายให้ ดำเนินการปรับปรุงแผนเสียใหม่ ลงมือปฏิบัติตามแผนที่ปรับไว้ สังเกตและสะท้อนผล เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ จนบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึง กระบวนการในการสร้างและจัดหาความรู้ (Create & Acquisition) มีการจัดการและจัดเก็บความรู้ (Knowledge Organization & Storage) และการกระจายความรู้ (Knowledge Distribution) เพื่อการประยุกต์ความรู้เพื่อการใช้งาน (Knowledge Application) โดยเฉพาะเป็นการใช้ เพื่อการตัดสินใจหรือการแข่งขันกันในทางธุรกิจหรือเพื่อเป็นการ อนุรักษ์ให้เป็นสินทรัพย์ขององค์การต่อไป โดยอาจใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็น เครื่องมือในการจัดเก็บและแพร่กระจายความรู้
แหล่งการเรียนรู้ (Learning Resources) หมายถึง สถานที่ หรือแหล่งข้อมูลทั้งใน สถานศึกษาและนอกสถานศึกษาที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษา แสวงหาประสบการณ์ ความรู้ เพื่อช่วยพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวางลึกซึ้ง
ค่านิยม (Value) หมายถึงสิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็น เป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนิน ชีวิต
เจตคติ (Attitude) หมายถึงสภาพความรู้สึกทางด้านจิตใจที่เกิดจากประสบการณ์ และการเรียนรู้ของบุคคลอันเป็นผลทำให้เกิด มีท่าทีหรือมีความคิดเห็น รู้สึกต่อสิ่งใดสิ่ง หนึ่งในลักษณะที่ชอบ
หรือไม่ชอบ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
พื้นฐานการงานอาชีพ (Basic Vocational Education) เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งให้ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ได้แก่ หลักการ วิธีการ ขั้นตอน กระบวนการทำงาน การจัดการและแนวทางในการทำงาน ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ความจำเป็นในการมีคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เป็นพื้นฐานใน การประกอบอาชีพ
ทักษะชีวิต (Life Skills) หมายถึง คุณลักษณะหรือความสามารถเชิงสังคม จิตวิทยา (Psychosocial Competence) ที่เป็นทักษะภายในที่จะช่วยให้บุคคลสามารถเผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อม สำหรับการปรับตัวในอนาคต สามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยการฝึกและกระทำซ้ำ ๆ ให้เกิด ความคล่องแคล่ว เคยชิน จนเป็นลักษณะนิสัย ประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ดังนี้ คือ การ รู้จักตนเอง เข้าใจตนเองและเห็นคุณค่าของตนเอง การรู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณและคิด สร้างสรรค์ การรู้จักคิด ตัดสินใจและแก้ไขปัญหา การรู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลความรู้ การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น การจัดการกับอารมณ์และความเครียด การปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง การตั้งเป้าหมาย การวางแผนและดำเนินการตาม แผน ความเห็นใจผู้อื่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและซาบซึ้งในสิ่งที่ดีงามรอบตัว
ทักษะการดำเนินชีวิต (Skill For Living) หมายถึง ทักษะภายนอกที่สามารถ มองเห็นได้ชัดเจนจากการกระทำ หรือจากการปฏิบัติ ซึ่งทักษะดังกล่าวนั้นเป็นทักษะที่ จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่จะทำให้มีทักษะเหล่านั้น มีชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพอยู่ใน สังคมได้ โดยมีโอกาสที่ดีกว่าผู้ไม่มีทักษะดังกล่าว
การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student – centered) หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่ ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ บทบาทของครูจะเปลี่ยนแปลง จากการเป็นผู้ชี้นำ หรือผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ส่งเสริม สนับสนุนผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ ลงมือปฏิบัติ และสร้างสรรค์ความรู้ โดยใช้วิธีการ ต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความถนัด ความสนใจ และความแตกต่าง ระหว่างบุคคล
การวัดและประเมินผล (Assessment) เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล ร่องรอย หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการ เรียนของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการ พัฒนา และเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้สามารถจัดให้ มีขึ้นทั้งระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ
การเทียบโอน (Credit Transfer) หมายถึง การนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ที่ได้จากการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ หรือจากการประกอบอาชีพมาเทียบเป็นผลการเรียน ของหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง ทั้งนี้การเทียบโอนสามารถทำได้ทั้งจากการศึกษารูปแบบ เดียวกัน หรือระหว่างการศึกษาต่างรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือต่างสถานศึกษา รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน
การบริหารหลักสูตร (Curriculum Management) หมายถึง การนำหลักสูตรไปใช้ อย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การวางแผนทั่วไปการจัดทำแผนด้านวิชาการ การกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา การดำเนินงานตามแผน การนำ หลักสูตรไปใช้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวย่อมขึ้นอยู่กับการบริหารหลักสูตร ด้วย
จิตสำนึก (Awareness) หมายถึง การรับรู้ การรู้ตัว รู้สึกตัว เป็นระดับที่รู้สึกตัวดี ในทางจิตวิทยา หมายถึง สภาวะที่ตื่นอยู่ รู้ได้ เข้าใจได้ สั่งการได้ เจตนาอันเป็นปัจจุบัน ในทางสังคม หมายถึง การรับรู้ในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ต่อสังคม ต่อ สิ่งแวดล้อม เป็นความหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าหรือศีลธรรม เช่น วันนี้มีการรณรงค์ ปลุกจิตสำนึกในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บ้านเมืองเรามีการโกงกินอย่างไร้จิตสำนึก
จิตสาธารณะ (Public Minded) หมายถึง บุคคลที่มีจิตสำนึกทางสังคม มีความ รับผิดชอบและเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นคนใจกว้างเห็นแก่ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
บูรณาการ (Integration) หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยการนำเนื้อหาที่เป็นหน่วย ย่อยหรือทักษะย่อยมาสัมพันธ์กันให้กลมกลืนเป็นองค์รวม มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ลักษณะสำคัญของการ บูรณาการ
๑. การบูรณาการความรู้กับทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้
๒. การบูรณาการทักษะใหญ่กับทักษะย่อยเป็นกระบวนการเรียนรู้
๓. การบูรณาการความรู้กับการปฏิบัติในชีวิตจริงเพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิต
๔. การบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
ภูมิปัญญา (Local Wisdom) หมายถึง ปรัชญาอันเป็นที่มาของความรู้ต่าง ๆ ด้วยเหตุ นี้จึงมักกล่าวด้วยว่า ภูมิปัญญาหมายถึงความรู้ต่าง ๆ ที่สืบทอด ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ ที่คนรุ่นต่อๆ มาจนถึงปัจจุบันได้อนุรักษ์ ฟื้นฟู ประยุกต์ รวมถึงสร้างสรรค์ ให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ในสังคมที่ผสมผสานกันระหว่างความรู้ที่มาจากที่อื่น ๆ ทั่วโลก คำว่า ภูมิปัญญาไทย หมายถึง รากฐานปรัชญาชีวิตของคนไทย อันเป็นที่มา ของความรู้ความสามารถต่าง ๆ ที่แสดงออกในวิถีชีวิตของคนไทย ในจารีตประเพณี วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหาร บ้านเรือน เสื้อผ้า ยารักษาโรค เครื่องมือในการทำมาหากิน ศิลปะการแสดงเครื่องประดับตกแต่งเป็นฐานความคิด ความฝัน ความใฝ่ฝัน และความเป็นคนไทย
คุณธรรม (Virtue) หมายถึง คุณงามความดีด้านกาย วาจา ใจ จึงจะทำให้ผู้ปฏิบัติ และสังคมเกิดความสงบสุข อันได้แก่ หลักธรรมในศาสนาต่าง ๆ

สรุปท้ายบท

จากการศึกษาความหมาย ความสำคัญ จุดมุ่งหมายที่สำคัญ หลักการในการพัฒนา ตลอดถึงแนวคิดและแนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกขั้นพื้นฐานดังกล่าว ทำให้กระทรวงศึกษาธิการได้เปลี่ยนโครงสร้างหลักสูตรและการจัดการศึกษาแตกต่างไปจากหลักสูตรเดิมที่เคยใช้กันมาอย่างมากมาย เพราะเป็นหลักสูตรที่มีการจัดกลุ่มเนื้อหาวิชาเป็นมวลประสบการณ์การเรียนรู้ ออกแบบกระบวนการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผลอย่างเป็นระบบ การจัดโครงสร้างของหลักสูตรแบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต กำหนดเป้าหมายให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รักและสนใจการทำงาน รวมทั้งมีค่านิยมที่ดีงาม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบหลักสูตรสหวิทยาการหรือหลักสูตรบูรณาการที่ยึดผู้เรียนเป็นหลัก แล้วนำความรู้หรือวิชาต่างๆ มาจัดกลุ่มเป็นมวลประสบการณ์หลอมรวมสู่ตัวเด็กได้ ๔ กลุ่มประสบการณ์ คือ กลุ่มท

 
 
 
 
 
 
กันยานยน 2561
อา พฤ
26 27 28 29 30 31 1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 1 2 3 4 5 6
วันที่ 25 กันยานยน 2561
 
ออนไลน์ทั้งหมด 1 คน
หมายเลข IP 54.198.103.13
คุณเข้าชมลำดับที่ 108,880
 
e-Learning : บทเรียนบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ด้วยระบบ OBEC LMS โดย ครูสุรัติสินี กุลเทศ
เรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา กับ Kroo SomZa